เกี่ยวกับภาควิชาฯ  ประกาศ  บุคลากร  S.Port  FAQ  เว็บบอร์ด
 
เกี่ยวกับภาควิชาฯ
about IE CU
ทำเนียบหัวหน้าภาคฯ
department head
หลักสูตร
programs
รายวิชา
courses
ห้องปฏิบัติการ
laboratories
นิสิต
students
ติดต่อกับภาควิชาฯ
contact
 

Profile
เกี่ยวกับภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ




แผนกวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2485 หลังจาก "โรงเรียนยันตรศึกษา" ซึ่งเป็นต้นกำเนิดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งขึ้นได้ 29 ปี นับจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.2553) ภาควิชาฯ จึงมีอายุได้ 68 ปี ถือได้ว่าเป็นสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมอุตสาหการแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้มีส่วนผลิตบุคคลากรด้านวิศวกรรมอุตสาหการออกรับใช้สังคมมายาวนานกว่าค่อนศตวรรษ จากการให้สัมภาษณ์ของ ศ.นิทัศน์ ประกาศวุฒิสาร ซึ่งเป็นวิศวกรอุตสาหการ รุ่นแรกสมัยที่หนึ่ง และเป็นอดีตหัวหน้าแผนกวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ท่านเล่าให้ฟังว่าสมัยนั้นเป็นสมัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นน้ำท่วมใหญ่ขนาดปลาในบ่อสวนลุมพินีว่ายมาถึงจุฬาฯ เข้ามาในห้องเรียนที่อาคารวิศวกรรมศาสตร์ หลังที่ 2 ท่านที่เคยแวะเวียนเข้าไปที่นั่นคงจะพอนึกออกได้ว่าระดับน้ำสูงมากขนาดไหน

ปี พ.ศ.2485 ศ.หลวงอนุสาสน์ยันตรกรรม เป็นหัวหน้าแผนกวิศวกรรมอุตสาหการคนแรก ท่านได้จัดหลักสูตรให้เน้นหนักไปในทางวิศวกรรมเครื่องกลและยังเพิ่มรายวิชาต่างๆ ทางวิศวกรรมเคมีเข้ามาในหลักสูตรอีกเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ขณะที่แผนกวิชาวิศวกรรมสาขาอื่นๆ (สมัยนั้นมี 5 แผนกวิชา คือ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมเหมืองแร่ และวิศวกรรมอุตสาหการ) แยกชั้นเรียนตอนต้นปีที่ 4 แต่นิสิตแผนกวิศวกรรมอุตสาหการเท่านั้นที่แยกชั้นเรียนตอนต้น โดยไปเรียนวิชา Organic Chemistry กับนิสิตคณะวิทยาศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ซึ่งสอนโดย ศ.ดร.แถบ นีละนิธิ และไปเรียนวิชาเคมีประยุกต์ต่างๆ จาก ศ.ดร.กัลย์ อิศรเสนาฯ และ ศ.ทองสุข พงศทัต เป็นต้น นอกจากวิชาเคมีดังกล่าวข้างต้นนี้แล้ว วิศวกรอุตสาหการรุ่นแรกๆ ยังต้องเรียนวิชาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางเคมีอีก เช่น เรียนวิชาการทำน้ำตาล (Sugar Technology) วิชาการทำเครื่องเคลือบดินเผา (Ceramic Technology) และวิชาการทำแอลกอฮอล์และสุราต่างๆ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า หลักสูตรทางวิศวกรรมอุตสาหการรุ่นแรกๆ จะเน้นไปทางวิศวกรรมเครื่องกลผสมกับวิศวกรรมเคมีซึ่งยังไม่มีการจัดตั้งเป็นแผนกวิชาขึ้นในสมัยนั้น

ต่อมาในปี พ.ศ.2486 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าสู่ระยะรีบเร่งในการผลิตคน ทางด้านมหาวิทยาลัยได้ส่งเสริมให้เร่งผลิตบัณฑิตในปี 2486 ให้ผลิตปีละ 2 รุ่น โดยเพิ่มชั่วโมงเรียนไปถึง 2-3 ทุ่ม แต่ก็ทำได้เพียงปีเดียวคือปี 2486 ผลิตบัณฑิตได้ 2 รุ่น แต่ปีต่อๆ มาก็ไม่ได้ทำ อาจเป็นเพราะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก การสอนวิชาวิศวกรรมอุตสาหการโดยหลักสูตรแรกนี้ได้ดำเนินมาจนถึงปี พ.ศ.2490 ก็ต้องปิดไปชั่วคราว ทั้งนี้เป็นเพราะสมัยนั้นมีผู้มาเรียนทางด้านอุตสาหกรรมน้อย และงานทางด้านอุตสาหกรรมภายนอกที่จะรองรับก็ยังไม่เจริญตามมากเท่าที่ควร

ในช่วงระยะเวลาที่ไม่มีการสอนทางภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ (พ.ศ. 2490-2500) นั้น ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ดำเนินการทางบุคคลากร โดยทำการส่งเสริมอาจารย์ทางแผนกวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ให้ไปเรียนต่อทางวิศวกรรมอุตสาหการในอเมริกา ดังนั้นหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการรุ่นต่อๆ มาจึงละม้ายเหมือนไปทางหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการของอเมริกา

ระยะนั้นรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นขั้น โดยได้ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไว้เป็นช่วงๆ ละ 5 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนที่ 1 ตั้งไว้ในช่วง พ.ศ.2504-2508 และเพื่อให้มีฐานทางด้านการลงทุนอุตสาหกรรม เพื่อรองรับแผนพัฒนาที่สร้างขึ้นมา ทางรัฐบาลจึงตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนขึ้น แผนกวิชาวิศวกรรมอุตสาหการในระยะนั้นพิจารณาดูแล้วเห็นว่าเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจึงเห็นควรที่จะเปิดการสอนทางด้านวิศวกรรมอุตสาหการขึ้นมาอีกครั้งเพื่อผลิตบัณฑิตทางด้านอุตสาหการ ไปรับใช้งานอุตสาหกรรมที่จะเพิ่มขึ้นมาตามลำดับ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ด้วยเหตุนี้บัณฑิตของวิศวกรรมอุตสาหการจึงเกิดขึ้นมาครั้งที่สองในปี พ.ศ.2500

ผู้ที่มาเรียนวิศวกรรมอุตสาหการช่วงเวลานี้นั้นจะมีมาจาก 3 แหล่ง คือ พวกแรกจะเป็นนิสิตที่เข้ามาเพื่อเรียนโดยตรงตั้งแต่ปีที่ 1 พวกที่สองนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 เป็นพวกที่เรียนสำเร็จอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ซึ่งทางแผนกวิศวกรรมอุตสาหการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความสามารถที่จะชักจูงให้มาเรียนทางแนววิศวกรรมเคมีเพิ่มเติมได้ และเมื่อจบออกไปแล้วก็ยังสามารถไปช่วยทำงาน ให้ประเทศชาติได้อีกมาก

 

ด้วยเหตุนี้วิศวกรรมอุตสาหการตั้งแต่ พ.ศ.2504 เป็นต้นมาจึงแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือวิศวกรรมอุตสาหการโรงงาน กลุ่มที่สองคือวิศวกรรมอุตสาหการเคมี การกระทำในลักษณะนี้ได้มีมาเรื่อยจนกระทั่งปี พ.ศ.2518 คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้จัดตั้งแผนกวิชาวิศวกรรมเคมีขึ้น แผนกวิศวกรรมอุตสาหการเคมี จึงแยกออกไปรวมกับวิศวกรรมเคมีตั้งแต่บัดนั้น ส่วนพวกที่สามที่เข้ามาเรียนวิศวกรรมอุตสาหการโรงงานนั้นจะมาจากผู้ที่จบวิศวกรรมเครื่องกลแล้วมาศึกษาในแผนกวิศวกรรมอุตสาหการอีกหนึ่งปี ก็จะมีคุณวุฒิครบตามหลักสูตรวิศวกรรมอุตสาหการโรงงาน พวกที่จบสองหลักสูตรนี้จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก การดำเนินงานแบบนี้มาสิ้นสุดลงเมื่อทางรัฐบาลออกนโยบายพิจารณาเงินเดือน โดยยึดหลักใช้ปริญญาสูงสุดเพียงอย่างเดียว

วิศวกรอุตสาหการโรงงานช่วงที่สองนี้จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกับวิศวกรรมเครื่องกลมากยกเว้นแต่ ต้องเรียนวิชาหลักของวิศวกรรมอุตสาหการเพิ่มเติมและผนวกกับวิชาด้านบริหารเข้าไปด้วย ด้วยเหตุนี้วิศวกรอุตสาหการจึงเป็นวิศวกรแผนกเดียวที่เรียนรู้งานบริหารควบคู่ไปกับวิชาชีพวิศวกร การปรับปรุงหลักสูตรได้ดำเนินอยู่ตลอดเวลา แผนกวิศวกรรมอุตสาหการได้เปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทขึ้นในปี พ.ศ.2516 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ" เมื่อปี พ.ศ.2522 ตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ออกมาใหม่

 

ปัจจุบันการบริหารงานวิชาการของภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาฯ ได้แบ่งกลุ่มงานวิชาการออกเป็น 5 กลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ เป็นที่รู้จักกันเองอยู่ภายใน เพื่อรวบรวมคณาจารย์ที่มีความถนัดในแต่ละสาขาเข้ามาด้วยกันเพื่อให้งานสอนและงานวิจัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะยังผลดีให้แก่นิสิตที่เข้ามาศึกษา กลุ่มวิชาที่แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ
  • กลุ่มวิศวกรรมระบบการผลิต (Manufacturing Systems Engineering)
  • กลุ่มการวิจัยดำเนินงาน (Operations Research)
  • กลุ่มการจัดการทางวิศวกรรม (Engineering Management)
  • กลุ่มวิศวกรรมคุณภาพ (Quality Engineering)
  • กลุ่มวิศวกรรมความปลอดภัยและการยศาสตร์ (Safety & Ergonomics)
 

© 2007-2010 All Rights Reserved
Department of Industrial Engineering, Faculty of Engineering,
Chulalongkorn University, Phayathai Road, Patumwan, Bangkok 10330 THAILAND
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 0-2218-6814-6 ; โทรสาร : 0-2251-3969, 0-2218-6813